Buying guide · Power Bank

ความจุเยอะ
ไม่ได้แปลว่า
เหมาะกับเรากว่า

บางคนซื้อ 20,000 mAh แล้วสุดท้ายไม่ค่อยพก เพราะทั้งใหญ่ทั้งหนัก บางคนเลือกรุ่นวัตต์สูงมาก แต่โทรศัพท์ก็รับได้ไม่ถึงขนาดนั้น ถ้าอยากเลือกให้ง่ายขึ้น ลองเริ่มจากคำถามว่า เราจะพกไปไหน และปกติชาร์จกี่ครั้งต่อวัน?

อ่านจบประมาณ 3 นาทีไม่ต้องจำสเปกเยอะ
✦
เลือกจากวันที่เราใช้จริงก่อน แล้วค่อยดูตัวเลข

4 เรื่องนี้ช่วยตัดตัวเลือกได้เร็วกว่าไล่ดู mAh กับ W อย่างเดียว

4 จุดที่ควรดูก่อนซื้อ

ดูแค่เรื่องที่
มีผลกับเราจริง ๆ

01

พกทุกวัน 10,000 mAh มักคล่องตัวกว่า

ถ้าเอาไว้เติมแบตระหว่างวัน รุ่น 10,000 mAh มักพกง่ายกว่า ส่วน 20,000 mAh เหมาะกับวันที่ต้องชาร์จหลายรอบ หลายเครื่อง หรือไม่ค่อยมีปลั๊กให้ใช้

02

วัตต์สูงแค่ไหน ต้องดูว่ามือถือรับได้เท่าไรด้วย

Power Bank 65W หรือ 100W ไม่ได้ทำให้มือถือทุกเครื่องชาร์จเร็วตามตัวเลขนั้น ความเร็วจริงขึ้นกับสิ่งที่มือถือรองรับ รวมถึงสายและมาตรฐานชาร์จที่ใช้ด้วย

03

สายติดเครื่องช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นจริง

ถ้าเป็นคนลืมสายบ่อย รุ่นที่มีสายในตัวช่วยลดของในกระเป๋าได้เยอะ แต่ถ้ามีหลายอุปกรณ์ ควรดูจำนวนพอร์ตและชนิดพอร์ตให้พอกับของที่ใช้ประจำ

04

ก่อนกดซื้อ ลองคิดถึงน้ำหนักตอนอยู่ในกระเป๋า

ตัวที่สเปกแน่นอาจดูคุ้มตอนอ่านรายละเอียด แต่ถ้าหนักจนไม่อยากพกก็อาจไม่คุ้มกับเรา รุ่นที่เบากว่าแต่หยิบใช้ทุกวัน บางทีเหมาะกว่าเยอะ

⚡
จำง่าย ๆ

mAh = ความจุ ส่วน W = กำลังชาร์จ เป็นคนละเรื่องกัน เลือกให้พอดีกับการใช้งานดีกว่าเอาตัวเลขสูงสุดทุกอย่าง

คำถามที่เจอบ่อย

ก่อนซื้อ คนมักติดตรงไหน?

10,000 mAh พอไหม?

ถ้าเน้นพกประจำวันและเติมแบตระหว่างวัน ส่วนใหญ่ถือว่าเป็นขนาดที่ใช้ง่าย แต่จำนวนรอบที่ชาร์จได้จริงขึ้นกับแบตของมือถือและการสูญเสียระหว่างชาร์จด้วย

ยิ่งวัตต์สูงยิ่งดีไหม?

ไม่จำเป็น ถ้าอุปกรณ์ของเรารับกำลังได้ต่ำกว่า ต่อให้ Power Bank จ่ายได้สูงกว่านั้นก็ไม่ได้ทำให้ชาร์จเร็วขึ้นตามตัวเลขเต็ม ๆ

ควรเลือกมีสายในตัวไหม?

เหมาะมากถ้าอยากพกให้น้อยชิ้น แต่ถ้าต้องชาร์จหลายอุปกรณ์หรือใช้หัวหลายแบบ รุ่นที่มีพอร์ตให้เลือกมากกว่าจะยืดหยุ่นกว่า

เริ่มเห็นแล้วว่าแบบไหนเหมาะกับเรา?

กลับไปดูรุ่น แล้วค่อยเทียบความจุ กำลังชาร์จ น้ำหนัก และพอร์ตของตัวที่เข้ากับการใช้งานจริง

ดู Power Bank →